ไม่ได้อัพบล็อกมานานม้าก....
ซัดเลย...ลุย!!
คนโรคจิตในที่นี้ แน่นอนว่าไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็นข้าพเจ้าเอง 555+
นับตั้งแต่เริ่มสนอกสนใจ นับเอาการอ่านเป็นกิจกรรมยามว่างที่โปรดปรานมาได้เป็นเวลานาน ก็เลยได้ตั้งข้อสังเกตอะไรหลายๆอย่าง ในที่นี้จะไม่ขอพูดถึงพ็อกเก็ตบุ๊ค ทั้งหลายแหล่ เพราะหนังสือพวกนั้นส่วนใหญ่จะมีเนื้อหาเฉพาะเจาะจงให้ผู้บริโภคได้เลือกเสพตามจริตอยู่แล้ว...
แต่วันนี้จะขอนินทานิตยสารบางประเภทดีกว่า...หุหุหุ เพราะนิตยสารหลายๆประเภทก็ไม่อยู่ในข่ายที่เราจะมีภูมิรู้มากพอที่จะด้านหน้าไปวิจารณ์ได้ เช่น
ล่าสัตว์ ( ไม่ได้เกลียดสัตว์ขนาดนั้น)
ธุรกิจการค้า SME ( ไม่จำเป็น รวยอยู่แล้ววว...ชิ)
เลี้ยงสัตว์ ( ไม่ได้รักสัตว์ขนาดนั้น)
คอมพิวเตอร์ ไอที( ใช้โทรจิตดีกว่า...)
พระเครื่อง( ร้อน..เข้าใกล้มากไม่ได้ )
แม่และเด็ก( ไม่มีอะ)
หนังสือโป๊ ( ไม่ต้องอ่าน ดูอย่างเดียวพอ)
แต่งบ้าน,แต่งรถ, แต่งงาน(ไม่ค่อยมีให้แต่งอะ....)
ซุบซิบดารา( ไม่อ่าน เดี๋ยวเจอข่าวตัวเอง....เอ๊ะ เพ้อเจ้ออะไรอยู่นี่)
สรุปแล้ว เหลือ นิตยสารอยู่แค่ไม่กี่อย่างที่อ่าน.....จะพล่ามทำไมไม่รู้เพราะที่จริงแล้วที่อ่านบ่อยๆก็หนีไม่พ้นพวกนิตยสารที่นำเสนอไลฟ์สไตล์ ดาดๆนั่นแหละที่อ่านเยอะที่สุด รองลงมาก็ได้แก่ นิตยสารเกี่ยวกับสุขภาพ ภาพยนตร์ และ สังคม-การเมือง ศิลปวัฒนธรรม
แต่วันนี้จะมานินทาเจ้าพวกนิตยสารไลฟ์สไตล์พวกนี้แหละ ที่เราอ่านอยู่บ่อยๆ ก็จะมี GM, IMAGE , แพรว, สุดสัปดน เอ้ยย...สุดสัปดาห์ ส่วน VOLUME, LIPS,พลอยแกมเพชร, ดิฉัน, เปรียว นานน้านทีถึงจะหยิบมายล..
ด้านบนนี่เป็นไลฟ์สไตล์แบบหนึ่ง อีกแบบน่าจะเป็นพวก a day, hamburger, ... อื่นๆอีกมากมาย
ในนิตยสารพวกนี้ ก็จะนำเสนอเนื้อหาหลายๆอย่าง ปนๆกัน อ่านสนุกบ้าง ไม่สนุกบ้าง ชวนสงสัยบ้าง( ว่าคิดไม่ออกแล้วหรือไงว่าจะนำเสนออะไรดี)
นิตยสารพวกนี้ ราคาไม่ถูก สำหรับคนหาเช้ากินค่ำ ถ้าไม่ไปนั่งอ่านฟรีตามร้านตัดผม หรือตามร้านที่ให้เช่า ของพวกนี้ก็แทบไม่มีประโยชน์อะไรนักในชีวิตประจำวัน...
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าลองพิจารณาดีๆ จะพบว่า เกือบครึ่ง( หรือเกินครึ่งก็ไม่แน่ใจ ไม่เคยนับจริงๆจังๆสักที) ของจำนวนหน้าในนิตยสารเหล่านั้นมักจะเป็นโฆษณา ไม่ว่าจะโฆษณาแบบโต้งๆ หรือเนียนๆ( แต่ไม่เนียน) ก็ตาม
ลองตัดโฆษณา ออกไป ก็จะเหลือ ส่วนที่เป็นข่าวประชาสัมพันธ์ธุรกิจในแวดวงต่างๆ ( ที่เอาเข้าจริง..ไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้)อีกส่วนหนึ่ง แฟชั่นรูปถ่าย รีวิวสินค้า เทรนด์ต่างๆอีกมากมาย( ที่ทำให้ฉุกคิดได้ว่าก่อนจะมีสไตล์ ต้องมีสตางค์ก่อนนะจ๊ะ...)
ทีนี้เราเหลืออะไร....เหลือบทความที่เราอยากอ่านจริงๆ อยู่แค่หยิบมือเดียว ......และนี่เอง ที่บางครั้งจะสร้างความผิดหวังให้เราบ้าง ถ้าบทความเหล่านั้น ยังจะถูกเบียดแทรกจำนวนหน้าด้วยเนื้อหาอื่นๆ ที่( เราว่า) ไม่จำเป็นเลย เป็นที่น่ารำคาญแก่คนโรคจิตแบบเรามาก อ่านแล้ววจะหงุดหงิดก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นขำแกมสมเพช555+.....ในวันนี้จะขอยกตัวอย่างเป็นเหยื่อขี้ปากเรา คือ ( ตัวอักษรสีแดงจะเป็นการแทรกความเห็นของเราเองเน่อ ส่วน สีน้ำเงิน จะเป็นเนื้อหาที่ปรากฏในนิตยสาร)
นิตยสาร IMAGE Vol 22 No. 9 ฉบับเดือน กันยายน 2552
หน้า 66 ( นับจากด้านที่เป็นหน้าปก มาริสา อานิต้า กับ Samuel Burns )
คอลัมน์ On The Track - 5 สิ่งที่จะทำให้รู้จักและรัก' น้ำชา'( บางคนอาจเริ่มสงสัยแล้วว่า..น้ำชาคือใคร?)
ไม่ว่าคุณจะหลงรักเธอที่'ตับ ไต ไส้ พุง'( สมองอยู่ไหนอะ?)หรือ'รักกางเกงที่นุ่งว่าดูสวยดี' ( ดูแค่กางเกงเนี่ยนะ?) แต่เมื่อคุณได้รู้จักตัวตนของน้ำชา( ชีรณัฐ ยูสานนท์) ผ่านเรื่องราวทั้ง5( เรื่องน้อยเนอะ) แล้วจะรู้ว่า สาวราศีพิจิกวัย 21 ปีคนนี้ทั้งไม่ธรรมดา( ยังไง?) และน่าค้นหาอีกด้วย(เหรอ?)
1."ชาเล่นละครเรื่องแรกตอนอายุ 12 ก่อนไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย(รวยนะคะ) พอกลับมาก็เล่นละครเรื่อง' รักแท้แซ่บหลาย'( ไม่รู้จักอะ)กับ'แสงดาวในหัวใจ'(ไม่เคยได้ยิน)ด้วยความที่เราอยากเป็นนักร้อง ชาก็ส่งเดโมเพลง' I turn to you'ของคริสติน่า อากีเรล่า ไปที่แกรมมี่ รอนานมาก ประมาณ 3-4ปี กว่าจะมีซิงเกิลแรกที่เป็นของตัวเอง"
"ตอนนี้ชามีซิงเกิลที่ 3 แล้วค่ะ เพลง 'ที่ฉันเคยยืน'(นี่ก็ไม่เคยได้ยิน และไม่รู้จักเหมือนกัน) เนื้อหาเกี่ยวกับคู่รักที่ต้องจากกันด้วยเหตุผลบางอย่าง เราก็เสียใจและเสียดายที่เขาจากไป แต่ทำอะไรไม่ได้(เหรอ?) นอกจากแค่มอง (อ้าว ทำได้นี่...)เพราะเขามีคนอื่นไปแล้ว" ( เนื้อหาใหม่โคตรๆ ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย!!!)
2."สมัยก่อนชามีเรื่องที่ทำให้ผิดหวัง( จากนี้และต่อไปจะไม่มีอีกแล้ว?)เลยไม่อยากคาดหวังกับชีวิตมากเกินไป ใช้ชีวิตในทางสายกลางตามหลักศาสนา( ศาสนาไหน?) กับเพื่อนก็เหมือนกันค่ะ ชาเป็นคนรักเพื่อนมาก สุดท้ายเรารู้สึกว่า ที่แท้เขาหวังผลประโยชน์กับเรา( แล้วเธอไปทำอะไรเขาก่อนหรือเปล่า ?)ชาเลยไม่อยากคาดหวังและทุ่มเท ถ้าเรารู้สึกดีมากกับอะไรสักอย่าง แล้ววันหนึ่งมันไม่เป็นอย่างที่เราคิด เราคงรู้สึกเหมือนดิ่งลงมาจากเหว" ( เหมือนจะวุฒิภาวะดีเลยอะ)
3."ชาเป็นคนพูดเร็วค่ะ ( นี่คือหนึ่งในสิ่งที่จะทำให้เรารู้จักและรักเธอเหรอ?)ค่อนข้างไฮเปอร์ด้วย( นี่ด้วยเหรอ?) เวลาอยู่กับเพื่อนก็จะซน ไม่นิ่งเลย( นี่อีก?) นอกจากวันที่เหนื่อยมากๆ ก็จะเล่นไม่ออกเหมือนกัน เป็นเด็กกิจกรรม ชอบเข้าชมรมนู้นชมรมนี้( เข้าแล้วแล้วออกไหมจ๊ะ?) แล้วก็ตั้งใจเรียนควบคู่กันไปด้วย( เก่งจัง) วิชาที่ชอบก็ต้องภาษาอังกฤษกับศาสนาค่ะ ส่วนวิชาที่ไม่ถนัดเลยคือภาษาไทย( ถูกค่ะ เพราะว่าเดี๋ยวนี้การใช้ภาษาไทยในเพลง ไม่ต้องอิงเกณฑ์อะไรทั้งสิ้น เพราะว่ามันไม่ใช่แบบเรียนภาษาไทยค่ะ เอาติดหูเข้าว่า เอาอารมณ์เป็นใหญ่ น้ำชาทำถูกแล้วค่ะ) ฟังเหมือนง่าย เพราะเราเป็นคนไทย แต่จริงๆแล้วชาว่า ภาษาไทยรายละเอียด( รายละเอียดอะไรยังไง พูดหรือพิมพ์อะไรตกไปหรือเปล่า?)และมีกฏเกณฑ์เยอะแยะไปหมด"( มันน่าจะมีคำว่า"มี"ต่อจากคำว่า"ภาษาไทย"ก่อนหน้าคำว่า"รายละเอียด"นะ...ว่ามั้ย?)
4."พอไปเรียนที่ออสเตรเลียทำให้รู้ตัวว่าชาเป็นเด็กอนามัยมาก( ค่ารู้ว่าอนามัยแพงนะ ถ้าอยู่แต่ที่ เมืองไทยคงจะไม่มีวันรู้ได้เลยว่าตัวเองอนามัย) ขนาดกลอนประตูยังเอาแอลกอฮอล์เช็ด มีครั้งหนึ่งแอบไปนอกหอ( อนามัย?) เพราะอาหารไม่อร่อย( แล้วมันอนามัย ถูกหลักโภชนาการมั้ยอะ?) เลยหนีไปกินซูชิในเมือง( สงสัยซูชิจะอนามัย) ตกเย็นมีเช็คชื่อ ชาไม่อยู่ แม่บ้านโทร.มา ชาก็อ้างว่า อยู่ในห้องซักผ้า( อ้อ....อยู่ห้องซักผ้า เชื่อแล้วว่าอนามัย) เผอิญเขาอยู่ในห้องซักผ้าพอดี( หัวเราะ) ชาก็เริ่มลน เลยบอกความจริงไป แม่บ้านบ่นใหญ่เลย สุดท้ายโดนพักการเรียนไปสองอาทิตย์ เป็นสาวเอเชียที่แสบที่สุดในหอเลยค่ะ"( ค่ะ แสบ =อนามัยค่ะ น่าภูมิใจสุดๆเลยค่ะ งงๆนะคะว่าอยู่ๆจากเรื่องเช็ดกลอนมาเป็นหนีหอได้ไง รู้แต่ว่าแสบ และอนามัยค่ะ ..เริ่มรักเธอหรือยังค้า?)
5."ชาชอบถ่ายรูป( รักเธอมั้ยค้า?) ชอบแต่งหน้า( รักมั้ยค้า?) ชอบแต่งตัวหลายๆแนว(รักมั้ยค้า?) และชอบทาเล็บ( คำตอบคือ รักค่ะ เพราะว่ามีเงินไปทำอะไรมากมายแบบนี้ น่าจะรวยและน่าจะคุ้มค่าที่จะรักค่ะ) สะสมสีเล็บแปลกๆ ข้อดีของชาอยู่ตรงที่กล้าเป็นตัวของตัวเองนี่แหละ( ข้อดีของชา แต่ไม่รู้ว่าคนอื่นเขามองเป็นข้อดีหรือเปล่านิ?) บางคนอายที่จะทำตัวไม่เหมือนคนอื่น แต่ชาว่ามันเป็นอะไรที่คุ้มค่านะ อย่างน้อยเราก็เป็นในสิ่งที่เราเป็น( เราเป็นสิ่งที่เราเป็นอยู่แล้วค่ะ น้ำชาตกคำว่า"ได้"หลังคำว่า"ก็"กับคำว่า"อยาก"หลังคำว่า"เรา" คำที่สองหรือเปล่าคะ?)แล้วชาก็ชอบอ่านหนังสือแนวปรัชญา( มามะ มาคุยกันเรื่อง ฌอง ปอล ซาร์ต , ซีโมน เดอ โบวัว, มิแชลล์ ฟูโกต์กันดีกว่า...เกอเธ่, อริสโตเติล, เรอเน่ เดสการ์ต หรือว่าคีย์เกย์กอร์ดก็ได้นะคะ) ชอบศิลปะ ชอบแต่งกลอนค่ะ( ทั้งชอบเช็ดชอบแต่ง หนูเป็นอะไรกับกลอนคะ?...อย่าบอกนะว่าหนูเป็น fetishism)
จบแล้ว เนื้อหามีเท่านี้
ถ้าคิดว่านี่ยังโรคจิตไม่พอ ก็....ไม่รู้แล้วอะ55555+
ป.ล.ใครเป็นแฟนน้ำชา และโมโหมาก อยากด่า อยากระบาย เชิญ....ตามสบาย
edit @ 12 Sep 2009 15:21:24 by cool fire