2009/Apr/18

หมายเหตุก่อนอ่าน :  ผู้เขียนยังไม่สามารถทำใจให้เป็นกลางได้หมดจด แค่พยายามเท่านั้น หากอยากแสดงความเห็นหรือด่าทอ ก็เชิญ( แต่อย่ามาทำร้ายรางกายและทรัพย์สิน!!!)

ช่วงนี้เราอินกับข่าวการเมืองมากมาย ไม่ใช่การเมืองที่ไหน แต่เป็นการเมืองในบ้านเรานี้เอง

และตามที่ได้ไปจั่วหัวไว้ว่า"พยายาม" จะเป็นกลาง ทางหนึ่งที่คนโง่ๆอย่างเราพอจะนึกออกก็คือ

ลองไปอ่าน ไปดู และ ไปฟัง ข้อมูลจากทั้ง 2 ด้าน ทั้งคนเสื้อเหลือง และ คนเสื้อแดง( ส่วนปริศนาที่ว่าใครเป็นเสื้อเหลืองแท้ แดงแท้ เหลืองปลอม แดงปลอม น้ำเงินร่วมแจม เขียวขาวแฝงตัวมั่วยำใหญ่อย่างไร ก็สุดปัญญาและความขยันจะตามพิสูจน์)

และกระทั่งคุยกับคนที่พอจะคุยได้

ปัญหาอย่างนึงของคนที่"อิน"ง่าย( แต่ก็"เอาท์"ง่ายเช่นกัน) อย่างเราคือ อ่านมากแล้วจะเริ่มปวดหัว เริ่มรู้สึกว่า ในภาวะล่อแหลมแบบนี้ เราจะเลือกเชื่อข้อมูลแบบไหนดี ดูไม่ออกจริงๆ

เราจะเลือกเชื่อความเชื่อใหม่ๆที่มาคัดง้างกับความเชื่อเก่าๆ ที่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็อ้างข้อดีใส่ตัวกันอยู่แล้ว( คนเราก็เป็นแบบนี้นี่นา) หรือ ว่า เรา จะเลือกที่จะเชื่อว่าความเชื่อเก่าๆนั้น ดีกว่าความเชชื่อใหม่ๆที่เข้ามาท้าทาย

ในกระทู้ต่างๆที่แสดงความเห็น ในพื้นที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์หรือว่าเว็บไซท์ต่างๆ ก็มีคนที่ออกมาพูด มาบอก มาแสดงความเห็นมากมาย ดูกระจัดกระจายน่าปวดหัว เลยนึกเล่นๆว่า เราน่าจะมีสื่อ อะไรสักอย่างที่ใจกว้างมากพอ ที่จะให้พื้นที่กับคนที่มีความเห็นไม่ตรงกันออกมา"คุย"กัน

เรานึกภาพนายกทั้ง 2 ทั้งคุณทักษิณ และคุณอภิสิทธิ์ ยืนหรือนั่ง คุยกันและชี้แจงข้อกล่าวหาที่แต่ละฝ่ายโดนพาดพิง โดยที่เราอาจจะมีการกำหนดขอบเขตอะไรบางอย่างที่เราเองก็นึกไม่ออก เพื่อให้การแสดงข้อมูลนั้นใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด( หาไม่แล้ว ก็จะกลายเป็นการมาบอกว่าตัวเองดีกว่าอีกฝ่ายยังไง และ อีกฝ่ายเลวกว่ายังไงโดยที่ขาดแหล่งข้อมูลหรือตัวแปรควบคุมที่ เหมาะสม โดยยึดเอาประโยชน์ที่คนในประเทศส่วนใหญ่จะได้เป็นที่ตั้ง....)

เรารู้ว่ามันเป็นความคิดที่ออกจะเพ้อเจ้อ และดูเป็นเด็กอมมือมากมาย แต่ ตอนนี้ เราก็คิดออกแบบนี้

และ ถ้าจะมีคนออกมาบอกว่า ทั้ง 2 ไม่สามารถเป็นตัวแทนของประชาชนได้อย่างแท้จริง เราว่า เอาอย่างนี้ดีไหม

เราก็ไม่ต้องให้เค้ามาเถียงกัน แต่เรามาเถียงกันเอง( "เถียง"นะ ไม่ใช่"ทะเลาะ")

เราอยากให้มีพื้นที่ในสื่อที่....ยังไงดีล่ะ อาจจะเป็นกระทู้ที่ถามกลับไป-มา แล้วก็ให้คนทั้ง 2 ฝ่าย มาแก้ต่างกัน ด้วยการแสดงหลักฐาน ว่า ใครโกงอะไรยังไง โหดเหี้ยมยังไง 2 มาตรฐานยังไง แทรกแซงการเมืองยังไง ซุกหุ้นยังไง ผิดหรือไม่ผิดกฏหมายังไง ใครร่างกฏหมายยังไง ฯลฯ

น่าจะดีกว่าออกมาชุมนุมปิดสนามบิน หรือปิดถนน( เจตนาดี แต่ วิธีการบัดซบมาก)

เราเอง ยอมรับอยู่ว่าใจไม่เป็นกลาง ในชนชั้นที่เราสังกัดอยู่ ก็เดาได้ไม่ยากว่าจะโน้มเอียงไปทางไหน...

ถึงตอนนี้ ใครอยากด่า อยากชี้แจงอะไรยังไง ก็เชิญได้

อาจาร์ยที่เราชอบท่านหนึ่งให้ความเห็นว่า" คนไทยนี่สันดานไพร่ต้องมีนาย พวกคนจนก็บ้าทักษิณมาโปรด พวกคนรวยก็บ้าเจ้า" เราไม่แน่ใจว่าเราจะคล้อยตามสิ่งที่อาจรย์กล่าวดีหรรอืไม่ ทั้งไม่แน่ใจว่าอาจารย์เองก็พูดมันออกมาด้วยอารมณ์แบบไหน เป็นกลางขนาดไหน?

เราเพิ่งจะคุยกับเพื่อนสนิท และเราก็เสนอไปว่า การที่เกิดเหตุขัดแย้งรุนแรงแบบนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นปัญหามาจากช่องว่างระหว่างชนชั้น คนจน กับคนรวย คนชั้นกลางที่ค่อนข้างจน และคนชั้นกลางที่ค่อนข้างรวย พยายามแสดงสิทธิ์นพื้นที่และการสืบทอดการถือครองในพื้นที่นั้นๆต่อไป

เรา เป็นคนชั้นกลางที่ไม่ได้คิดอยากดูถูกคนจน ออกจะเห็นใจด้วยซ้ำว่าคนจน ในประเทศไทย ก็ยิ่งถูกทำให้จน และ นอกเหนือยิ่งไปกว่านั้นก็ยิ่งถูกทำให้โง่ด้วย  แต่ เราก็ไม่เชื่อว่าการที่คุณออกมา ประท้วงด้วยวิธีการรุนแรงแบบนี้เป็นทางออก พอๆกับที่ปิดสนามบินนั่นแหละ น่าตำหนิทั้งคู่

คนเสื้อแดง บางส่วน ออกมาพุดว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับทักษิณ ฟังดูดีจัง แต่ว่าอาจจะต้องมีข้อมูลเยอะกว่านี้( และอาจรวมไปถึงการตัดสินใจที่จะไม่ทำให้ประเทศเดือดร้อนซ้ำแล้วซ้ำอีก....ในฐานะที่คุณเสนอจุดยืนในการชุมนุมที่ปราศจากความรุนแรง)และ....ที่น่าสงสัยคือ ทำไม คุณถึงเลือกที่จะเสนอแนวคิดหรือข้อเรียกร้องของคุณ ที่ผูกพันกับทักษิณมากขนาดนี้ ถ้าคุณอยากจะประท้วงเพื่อประชาธิปไตยจริงๆ จะดีกว่านี้ไหมที่คุณจะนำเสนอมันออกมาอีกแบบ เป็นสีอื่นเลยก็ได้ หรือ ไม่ต้องมีสีก็ได้ แต่ อย่ามาพัวพันกับทักษิณ เพราะ ทำแบบนี้ คงเลี่ยงการถูกครหาได้ยากนะ ว่ามั้ย? 

อย่างไรก็ดี...เราไม่ได้มากล่าวหาว่าคุณโกหก ทั้งเสื้อเหลืองและเสื้อแดงก็ออกมาบอกว่า พวกตนไม่มีอาวุธ แต่ เราก็เห็นภาพของคนทั้ง 2 สี ที่มีอาวุธ ด้วยเหตุผลที่ว่าเอาไว้ป้องกันตัวเอง

แค่นี้ก็ปวดหัวแล้ว

เราว่าตอนนี้ คนส่วนใหญ่ในโลก ไม่ใช่แค่คนไทยกำลังเสพติดความรุนแรงในระดับจิตใต้สำนึก ไม่ได้อยากเห็นการนองเลือด  แต่อาจจะเป็นความรุนแรงที่มาจากความเห็นแก่ตัว และ ใจร้อน เป็นส่วนผสมพื้นฐาน

รีบสลายๆการชุมนุมซะ.....จะได้กลับสู่ความสงบ

รีบๆปิดถนนซะ....รัฐบาลจะได้ลาออก

รีบๆออกมาใช้กำลังซะ.....จะได้มีข้ออ้างว่าเป็นผู้ถูกกระทำ น่าสงสาร

รีบๆออกมาแสดงพลังซะ.....จะได้ไม่ต้องไปเข้าแถวรอรับ 500 บาท

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ มันสั่นคลอนเรา ในฐานะที่ เรารับรู้เรื่องทั้งหลาย และการมีจุดยืนเป็นคนส่วนน้อย( ที่จริงๆแล้วน่าจะเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ)ที่ถูกกดดันนิดๆให้เลือกทางที่ดูจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเท่าไหร่ทั้งคุ่ การตัดสินใจด้วยอารมณ์ ไม่น่าจะนำไปสู่คำตอบที่ดี.....

แต่ก็อย่างที่บอกอะนะ....เราไม่เป็นกลางเท่าไหร่ และ เราก็เลือกที่จะเชียร์อีกข้างมากกว่าอีกข้าง

นี่อาจจะเป็นเหตุให้เรารู้สึกผิดก็ได้ หากว่าเราไม่ได้รับรู้อะไร เราก็อาจจะอ้างได้ว่าเพราะเราไม่รู้ เราจึงไม่มีส่วนต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของเรา......ครั้นเมื่อรู้แล้ว ก็อ้างไม่ได้อีกต่อไป

ทั้งหมดทั้งมวล เรานึกอะไรไม่ค่อยออกมากไปกว่าบทสรุปที่แสนจะน้ำเน่าของความเป็นมนุษย์( และไม่เห็นจะเป็นสัตว์ที่ประเสริฐตรงไหนเท่าไหร่)ว่า

คนจน อยากรวย เพราะรวยแล้วสบาย คนรวยอยากมีอำนาจ เพราะอยากได้รับการยอมรับนับถือ คนมีอำนาจอยากได้อำนาจมากขึ้นไปอีกเพราะว่าไม่รู้จักพอ

เราเองก็ยอมรับว่าเห็นแก่ตัว ที่จะแสดงจุดยืนของเรา แต่ก็จะเถียงว่า เราเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในโลกนี้เห็นแก่ตัวทั้งนั้น มากบ้าง น้อยบ้าง ยับยั้งใจได้มากน้อยไม่เท่ากัน แต่เรา ว่า การที่ออกมาประท้วงแบบบนี้ ออกจะเห็นแก่ตัวมากไปหน่อย

ทำไมไม่ใจกว้างๆ ฟังความเห็นของกันและกัน อย่างที่ปากพูดกันจะฉีกถึงรูตูดอยู่แล้ว

พูดนะ แต่ ไมค่อยเห็นมีใครทำ

ใครเห็นด้วยหรือไม่ยังไง คุยกันได้นะ

*ตำรวจบอกว่า การลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล น่าจะเป็นแค่การข่มขวัญ ไม่มีเจตนาจะฆ่าให้ตาย( แต่สภาพรถก็อย่างที่เห็น)

*ในเว็บไซท์ ผู้จัดการ มีการพาดหัวข่าวว่านายสนธิ รอดได้ด้วยบุญบารมี

edit @ 18 Apr 2009 22:36:33 by cool fire

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ตอนนี้สังคมไทยกำลังถูกครอบงำไปด้วยการสร้างภาพลวงครับ ซึ่งการสร้างภาพเหล่านี้มุ่งหวังไปที่ผลของการฝังหัวแล้วล้างสมองทำให้คนที่ด้อยโอกาสคิดว่าตัวเองโดนกระทำ โดนโดดเดี่ยว โดนเอาเปรียบจากชนชั้นอื่นๆ

พื้นฐานความคิดของปอนคิดว่าโลกนี้ไม่มีทางที่สิทธิของคนเราจะเท่าเทียมกันทุกๆ คนครับ แม้แต่ประเทศที่บอกว่าทุกคนเท่าเทียมกันก็ยังไม่มีความเท่าเทียมที่แท้จริงกันเลยแม้แต่น้อย ต่างก็ต้องแบ่งเป็นชนชั้นนำ กับประชาชนชั้นไพร่ฟ้า ซึ่งวิถีการดำรงชีวิตและบทบาทหน้าที่ก็มีต่างกันออกไป

แต่ปัญหาทุกวันนี้ คนที่พยายามปลุกปั่นไม่ได้พูดโดยการเอาแนวคิดพื้นฐานนี้ไปเป็นเกณฑ์ แต่กลับปลูกฝังแนวคิด utopia ที่ไม่มีจริงเอามาใช้ฝังหัวคนที่ด้อย "โอกาส" เพื่อกระตุ้นความโกรธแค้นที่ตัวเองไม่มีเหมือนอย่างคนอื่นเขา และคนเหล่านั้นก็จะหันมา "พึ่งพา" คนที่ปลูกฝังความคิดนี้ด้วยเชื่อว่าคนนั้นจะเป็นผู้เดียวที่จะทำให้เกิดความเท่าเทียมกันได้ ซึ่งการพึ่งพาดังกล่าวก็เชื่อมโยงไปถึงการที่คนเหล่านั้นไม่คิดจะหาโอกาส หรือสร้างโอกาสด้วยตัวเอง ได้แต่รอความช่วยเหลือจากคนที่ถืออำนาจรัฐไว้ในมือ หรือคนที่ให้ความหวังได้มากที่สุด มันก็เลยเกิดเหตุการณ์แบบนี้แหล่ะครับ แต่บางคนก็คิดว่าการกระทำแบบนั้นเป็นอาชีพอย่างหนึ่งทำให้เกิดรายได้ด้วย แล้วมีความสะใจได้ระบายอารมณ์ด้วยการเผารถเมล์ ยิงคน ตะโกนด่าทอคนอื่นได้ โดยที่ตัวเองไม่ต้องรับผิดชอบอะไร สบายใจได้เงิน

ทีนี้มาเรื่อง ข้อกล่าวหาต่างๆ ที่คุณนัทได้พูดไปว่า น่าจะมีการนำหลักฐานต่างๆ มาชี้แจงกัน ปอนคิดว่าเรื่องนี้เสื้อเหลืองทำได้ดีมาตั้งแต่ต้นตั้งแต่สมัยรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ก่อนที่จะเป็นเสื้อเหลืองเลยทีเดียวครับ เพราะมีการตั้งคำถามอย่างชัดเจนเป็นระบบให้กับรัฐบาลทักษิณในสมัยนั้นได้ตอบคำถาม แต่ก็ไม่ได้มีการชี้แจงจากรัฐบาลในสมัยนั้น จนคนเริ่มเกิดความกังขา จนในที่สุดก็เชื่อว่ารัฐบาลเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะไม่สามารถตอบคำถามถึงความไม่ยุติธรรมและการแทรกแซงองค์กรต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากหลายๆ (กรณีทั้งเรื่องคุณหญิงจารุวรรณ เรื่องแต่งตั้งนายทหาร หรือเรื่องการแก้ไขสัญญาสัมปทานต่างๆ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่มีกำไร ฯลฯ ในขณะนั้นได้เลย) ทำให้คนเริ่มเชื่อมากขึ้นจนลุกลามมาเป็นอย่างที่เห็นเพราะทุกคนเห็นว่าตัวเองเริ่มเสียประโยชน์จากการกระทำของรัฐบาลในขณะนั้น แล้วก็ไม่ได้ความชัดเจนสักอย่างจากรัฐบาล

จนถึงปัจจุบันทักษิณก็ไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ โดยเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติหลายๆ แหล่ง ทักษิณก็จะหลีกเลี่ยงที่จะไม่ตอบ หรือตอบไม่ชัดเจน รวมถึงการรวมตัวของเสื้อแดงด้วยเช่นกันที่ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น แล้วก็พยายามสร้างเหตุผลที่เป็นนามธรรมในการชุมนุมมากโดยที่ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนมาสนับสนุนได้ แต่มีแกนหลักคือ "ทักษิณ" และคำว่าประชาธิปไตยที่แท้จริง (ซึ่งก็คืออะไรก็ไม่รู้ ไม่สามารถนิยามได้จากการชุมนุม) แล้วก็การปลุกเร้าประชาชนโดยการเอา "ความหวัง" ที่ถูกสร้างโดยทักษิณมาเป็นเครื่องต่อรองว่าถ้าทำสำเร็จทักษิณจะมาอำนวยความสะดวกให้ทุกอย่าง

ดังนั้นปอนคิดว่าหากจะมองเรื่องนี้ เราต้องดูว่า "ทักษิณ" ต้องการอะไรกันแน่ มากกว่าจะมองเรื่องความไม่เท่าเทียมระหว่างชนชั้น เพราะเรื่องราวของชนชั้นถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นฉากบังหน้าแค่เคลือบไว้เท่านั้น ให้เป็นเครื่องมือในการเรียกระดมคนเพื่อมาทำตามความตั้งใจของ "ทักษิณ" เท่านั้น

อย่างที่ปอนบอกว่าความเท่าเทียมที่แท้จริงไม่มีในโลก แต่ชนชั้นสูงของเราโดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระปรีชาญาณมากนะครับ ที่พระองค์ทรงงานอย่างหนักใกล้ชิดกับราษฎรทำให้ช่องว่างระหว่างชนชั้นเหล่านั้นลดลงอย่างมาก แต่คนเหล่านั้นก็ไม่ได้คิด หรือสำนึก เพราะถูกปลูกฝังมาว่าทำงานน้อยๆ ได้เงินเยอะๆ เป็นสิ่งที่ใฝ่ฝัน แล้วทักษิณจะให้อย่างนั้นแก่พวกเขาได้ (ทั้งๆ ที่นโยบายของทักษิณที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ รัฐบาลต่างๆ ที่ผ่านมาก็เคยทำมาหมดแล้ว เพียงแต่สร้างภาพลักษณ์ของตัวเองกับนโยบายโปะเข้าไปทำให้ดูว่าเป็นนโยบายเพื่อคนจนอย่างแท้จริง ยืนอยู่ข้างคนจนรากหญ้า)

ปอนคิดว่า ปัญหาทั้งหมดนี้จะหมดไปก็ต่อเมื่อประชาชนไทยเรามีความรู้เรื่องระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่างชัดเจนตามนิยามในบริบทของสังคมไทย เพราะที่ผ่านมานิยามเหล่านี้ถูกบิดเบือนมาโดยตลอด เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับคนบางกลุ่ม แล้วคนไทยต้องตระหนักถึงรากเหง้าของเราครับ เพราะปัจจุบันคนเราทิ้งรากเหง้าของเราไปมาก มากจนทำให้ไขว้เขวสเปะสะปะอย่างที่เป็นอยู่ ไม่รู้ว่าคุณนัทพอจะทราบบ้างหรือเปล่าว่าตั้งแต่ทักษิณมาเป็นรัฐบาล ทำให้ประชาชนตามชนบท ชาวไร่ชาวนา มีความคิดวิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่เคยสู้ชีวิตไม่ย่อท้อต่อปัญหา แต่ปัจจุบันต่างก็เฝ้ารอแต่ความช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยไม่ขวนขวายหาทางออกด้วยตัวเองก่อน ปอนคิดว่า....มันอันตรายต่อประเทศเรามากทีเดียวครับtongue double wink confused smile ขันน้ำ ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ
#1  by  ปอนปอน At 2009-04-19 13:55, 
เหนื่อย อ่านในบล็อกผมแทนละกันครับ คิดว่าเบื่อจนไม่ร้จะด่าว่าไงแล้วรำคาญ
#2  by  กรรมกรไซเบอร์ At 2009-04-21 00:41, 

<< Home